ทองคำตลาดโลกร่วง 55.31 ดอลลาร์ แตะจุดต่ำสุดรอบเกือบ 2 เดือน หลังดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้น
ราคาทองคำตลาดโลกอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน โดยก่อนเปิดตลาดนิวยอร์ก ราคาถูกแรงขายกดลงแตะ 4,066 ดอลลาร์ ก่อนมีแรงซื้อกลับและยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แรงกดดันสำคัญมาจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีแตะ 5.73% และอายุ 10 ปีแตะ 5.365% ก่อนลดลงในเวลาต่อมา หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วงประมาณ 01.00 น. ราคาทองคำถูกกดดันเล็กน้อย แต่ยังทรงตัวเหนือ 4,100 ดอลลาร์ รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้ง 19 รายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และส่วนใหญ่มองว่าอาจเหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี ราคาทองคำตลาดโลกปิดที่ 4,111.33 ดอลลาร์ ลดลง 55.31 ดอลลาร์ หรือ 1.33% ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่บริเวณ 4,130 ดอลลาร์ ส่วนสัญญาทองคำส่งมอบเดือนธันวาคมในตลาดโคเม็กซ์ลดลง 46.40 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 4,140.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาโลหะเงินปิดที่ 59.79 ดอลลาร์ ลดลง 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่บริเวณ 60.32 ดอลลาร์ กองทุนทองคำเอสพีดีอาร์ซื้อทองคำเพิ่ม 1.14 ตันในวันก่อนหน้า ทำให้มีทองคำในครอบครอง 1,061.11 ตัน เดือนตุลาคมซื้อสุทธิ 3.72 ตัน แต่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 10.87 ตัน ด้านธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำสำรองอีก 21 ตันในเดือนกันยายน ส่งผลให้มีทองคำสำรองรวม 2,196 ตัน และเป็นการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ซึ่งเป็นยอดซื้อรายเดือนสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ผลสำรวจธนาคารกลาง 74 แห่งโดยสภาทองคำโลกระบุว่า 45% มีแผนซื้อทองคำเพิ่มในปีหน้า สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2561 และมีเพียงแห่งเดียวที่ตั้งเป้าลดการซื้อ ดัชนีดอลลาร์ปิดเพิ่มขึ้น 0.36 จุด หรือ 0.35% สู่ระดับ 102.25 จุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีเพิ่มขึ้น 0.02% อยู่ที่ 5.690% อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.299% และอายุ 2 ปีลดลง 0.03% อยู่ที่ 4.777% ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีกับ 2 ปีอยู่ที่ 0.52% รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เดือนกันยายนระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังเห็นควรขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี เนื่องจากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ขณะที่เศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง โดยเจ้าหน้าที่ 16 จาก 18 รายที่ส่งประมาณการยังคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดให้น้ำหนัก 81% ว่าจะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม และประมาณ 80% ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หลังข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดต่ำกว่าคาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ มองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นมีสาเหตุจากการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เร่งตัว และเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ เจฟฟรีย์ ชมิด ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัสซิตี เห็นว่ายังจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และยังไม่ควรสรุปว่ารอบการขึ้นดอกเบี้ยสิ้นสุดลง ขณะที่แมรี เดลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาซานฟรานซิสโก ยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกับภาระหนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,179.87 จุด ลดลง 341.41 จุด หรือ 0.66% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,801.77 จุด ลดลง 17.16 จุด หรือ 0.22% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 27,538.69 จุด ลดลง 61.20 จุด หรือ 0.22% ด้านน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 88.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศตกลงเร่งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง โดยให้ความสำคัญกับน้ำมันดีเซล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ลดลง 38 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 100.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียดสูง กองกำลังรัฐบาลเยเมนเดินหน้ารุกยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเมืองไทซ์ ขณะที่กลุ่มฮูตียังโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียและสนามบินเอเดน การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีข้อยุติ โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ส่วนอิหร่านให้ความสำคัญกับการยกเลิกคว่ำบาตร การยุติการปิดล้อม และการคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับสูง หลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีจนลูกเรือได้รับบาดเจ็บ แม้การส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางฟื้นขึ้นมากกว่า 80% ของระดับก่อนสงคราม แต่เส้นทางขนส่งยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหาเสียงในรัฐเท็กซัสว่า อิหร่านอาจพยายามโจมตีเมืองในสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะปกป้องประเทศ โดยมีผู้ประท้วงหลายรายระหว่างการปราศรัย สะท้อนแรงกดดันต่อทรัมป์และพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมจากสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน แม้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเป้าหมายอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และโครงการนิวเคลียร์ ทำให้ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยกระดับยังอยู่ในระดับสูง ด้านค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 33.55 ถึง 33.75 บาทต่อดอลลาร์ทองคำร่วงแตะ 4,066 ดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งกดดันราคา
ทองสด