ทองคำโลกลดลงแตะ 4,293.89 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐแข็งค่า ตลาดจับตาท่าทีเฟดต่อดอกเบี้ย

ราคาทองคำโลกปิดลดลง 5.42 ดอลลาร์ หรือ 0.13% สู่ 4,293.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเคลื่อนไหวบริเวณ 4,290 ดอลลาร์ หลังร่วงต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ แรงกดดันมาจากดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในระดับสูงเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและหนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย ด้านสัญญาทองคำตลาดโคเมกซ์ส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 19.10 ดอลลาร์ หรือ 0.44% ปิดที่ 4,332.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินปิดที่ 63.66 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.34 ดอลลาร์ หรือ 0.54% และเคลื่อนไหวบริเวณ 63.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยที่คาดไว้ถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว จึงให้น้ำหนักกับถ้อยแถลงของ Kevin Warsh และแผนภาพคาดการณ์ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อพันธบัตร ดอลลาร์ และทองคำ ตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 92% ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75–4.00% ในวันที่ 16 กันยายน ขณะที่ผลสำรวจของ CNBC พบว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และประมาณหนึ่งในสามคาดว่าอาจขึ้น 3 ครั้งหรือมากกว่านั้น Citi ลดสัดส่วนทองคำในพอร์ต หลังประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหลักต่อราคาทองคำ ขณะที่พลังงานแพงและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ด้าน Commerzbank มองว่าทองคำยังมีแรงพยุงจากความกังวลต่อแรงกดดันทางการเมืองที่อาจกระทบความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ ความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น พร้อมประเมินว่าความเสี่ยงขาลงระยะสั้นยังจำกัด และคงเป้าหมายราคาสิ้นปีไว้ราว 4,500 ดอลลาร์ จากเดิม 4,800 ดอลลาร์ David Rosenberg ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียวอาจไม่กระทบเศรษฐกิจมากนัก แต่หากขึ้นต่อเนื่อง 4–5 ครั้ง ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวจะเพิ่มขึ้น โดยเงินเฟ้อรอบนี้มีต้นเหตุจากต้นทุนพลังงานมากกว่าอุปสงค์ และทองคำยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนยังต้องติดตามแผนภาพคาดการณ์ดอกเบี้ย รวมถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศแผนระดมทุนและตารางประมูลพันธบัตรไตรมาสถัดไป ขณะที่ดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.13 จุด หรือ 0.13% สู่ 99.61 จุด และอยู่บริเวณ 99.70 จุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเพิ่มขึ้น 0.02% สู่ 5.363% อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 0.01% สู่ 4.996% และอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้น 0.01% สู่ 4.659% โดยส่วนต่างอายุ 10 ปีกับ 2 ปีอยู่ที่ 0.34% รายงานของ Reuters ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5.041% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางแรงขายพันธบัตรทั่วโลก Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐยอมรับว่าส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลต่อการขาดดุลงบประมาณ แต่ระบุว่าโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลยังช่วยจำกัดแรงกดดันได้ และการประมูลพันธบัตร 2 ครั้งล่าสุดประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบ 20 ปี นักวิเคราะห์ประเมินว่า Kevin Warsh ต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับแรงกดดันทางการเมืองจาก Trump ที่ต้องการดอกเบี้ยต่ำ โดย JPMorgan เตือนว่าการย้ำจุดยืนควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่มีนโยบายรองรับอาจกระทบความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางสหรัฐ ขณะที่ Derek Holt จาก Scotiabank มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ทางเลือกเหมาะสม แต่มีแนวโน้มเกิดขึ้นจากเงินเฟ้อสูง น้ำมันแพง และสงครามอิหร่านที่เสี่ยงยืดเยื้อ กองทุนทองคำเอสพีดีอาร์ซื้อทองคำเพิ่ม 2.85 ตันในวันก่อนหน้า ทำให้ถือครอง 1,050.28 ตัน เดือนกันยายนซื้อสุทธิ 7.92 ตัน แต่ตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 21.73 ตัน ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง โดยดัชนีดาวโจนส์อยู่ที่ 52,093.11 จุด ลดลง 328.09 จุด หรือ 0.63% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ 7,585.73 จุด ลดลง 34.25 จุด หรือ 0.45% และดัชนีแนสแด็กอยู่ที่ 25,981.57 จุด ลดลง 204.84 จุด หรือ 0.78% จากแรงกดดันของราคาน้ำมันและพันธบัตร รวมถึงการรอผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือยันบูของซาอุดีอาระเบียถูกระงับ และซาอุดีอาระเบียยกเลิกการส่งมอบน้ำมันบางเที่ยวเรือแก่ลูกค้าในยุโรป โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 4.44 ดอลลาร์ หรือ 4.38% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล David Rosenberg เตือนว่าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบเงินเฟ้อ ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อจนเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอย ขณะที่ Chris Wright รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐคาดว่าท่อ East-West Pipeline จะกลับมาใช้ได้ภายในไม่กี่วัน แต่หากปิดนานหนึ่งเดือน ตลาดอาจสูญเสียอุปทานถึง 120 ล้านบาร์เรล สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐประเมินว่าสงครามกับอิหร่านทำให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐมีค่าใช้จ่ายแล้วมากกว่า 38 พันล้านดอลลาร์ถึงวันที่ 1 สิงหาคม และอาจเพิ่มอีกเดือนละ 3 พันล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้นตามความรุนแรงของการสู้รบ Scott Bessent เตรียมหารือกับ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีนในช่วงสุดสัปดาห์เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางการเงิน และความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างจีนกับอิหร่าน ขณะที่ Trump และ Xi Jinping มีแผนหารือกันต่อในสัปดาห์หน้า สำหรับเงินบาท ธนาคารกรุงไทยประเมินว่าเปิดที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 33.28 บาท และคาดกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่ 33.10–33.50 บาทต่อดอลลาร์