ทองคำโลกเพิ่ม 21.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,133.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ลดลง แม้ตลาดยังกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ อยู่ที่ 197,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ 200,000 รายและตัวเลขก่อนหน้า 199,000 ราย ราคาทองคำฟื้นขึ้นเหนือ 4,150 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ใกล้เคียงสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำตลาดโลกปิดที่ 4,133.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 21.10 ดอลลาร์ หรือ 0.51% ขณะที่ราคาล่าสุดอยู่บริเวณ 4,170 ดอลลาร์ สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 4,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินปิดลดลง 0.71 ดอลลาร์ หรือ 1.19% ที่ 59.18 ดอลลาร์ และราคาล่าสุดอยู่บริเวณ 59.79 ดอลลาร์ ผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีมีความต้องการแข็งแกร่ง ช่วยให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลง แม้ผลตอบแทนจากการประมูลยังสูงสุดในรอบ 26 ปีนับตั้งแต่ปี 2000 โดยรุ่น 10 ปีอยู่ที่ 5.30% และรุ่น 30 ปีอยู่ที่ 5.618% ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดที่ 5.607% ลดลง 0.08% รุ่น 10 ปีอยู่ที่ 5.229% ลดลง 0.07% และรุ่น 2 ปีอยู่ที่ 4.753% ลดลง 0.02% ส่วนต่างระหว่างรุ่น 10 ปีกับ 2 ปีอยู่ที่ 0.48% ดัชนีดอลลาร์ปิดลดลง 0.12 จุด หรือ 0.12% ที่ 102.11 จุด และล่าสุดอยู่ที่ 102.06 จุด ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าการหารือกับอิหร่านมีความคืบหน้า และสหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน อิหร่านยืนยันว่าการเจรจาผ่านคนกลางยังดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสงครามและการหยุดผลิตน้ำมันบางส่วนในอ่าวเม็กซิโกยังคงหนุนราคาน้ำมันและเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ตลาดให้น้ำหนักเพียง 17% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ให้น้ำหนัก 81% สำหรับเดือนธันวาคม ตามข้อมูลเครื่องมือประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของตลาด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจเป็นไปตามคาด ธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% แต่ยังมีความยืดหยุ่นในการเลือกเวลา อัลเบร์โต มูซาเล็ม ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ เห็นว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม และอัตราดอกเบี้ยอาจสูงขึ้นในช่วง 6–9 เดือนข้างหน้า เขาระบุว่าผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นมาจากผลตอบแทนที่แท้จริง เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความต้องการกู้ยืมของรัฐบาล ไม่ใช่การสูญเสียความเชื่อมั่นต่อธนาคารกลาง พร้อมเตือนว่าฐานะการคลังสหรัฐฯ อยู่บนเส้นทางที่ไม่ยั่งยืน เคนนี จู จากสพรอตต์มองว่า แม้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงกดดันทองคำ แต่เงินทุนที่ไหลเข้ากองทุนซื้อขายทองคำและการสะสมทองของธนาคารกลางเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ยังสนับสนุนแนวโน้มระยะยาว ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้สหรัฐฯ อาจลดความน่าสนใจของพันธบัตร และหากเศรษฐกิจชะลอจนธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายก็อาจหนุนทองคำได้ นิทิช ชาห์ จากวิสดอมทรีให้ความเห็นว่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงอาจสะท้อนความกังวลต่อหนี้สหรัฐฯ และกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือทองคำมากขึ้น กองทุนทองคำเอสพีดีอาร์ขายออก 5.70 ตันในวันก่อนหน้า เหลือถือครอง 1,055.41 ตัน โดยเดือนตุลาคมขายสุทธิ 1.98 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 16.57 ตัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม โดยดาวโจนส์เพิ่ม 51.77 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 51,231.64 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลด 36.41 จุด หรือ 0.47% ปิดที่ 7,765.36 จุด และแนสแด็กลด 345.35 จุด หรือ 1.25% ปิดที่ 27,193.34 จุด ตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันสูงจะเร่งเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย อีกทั้งหุ้นกลุ่มผลิตชิปร่วงลง น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่ม 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.64% ปิดที่ 91.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่ม 4.08 ดอลลาร์ หรือ 4.07% ปิดที่ 104.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากความกังวลเรื่องความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านและพายุเฮอริเคนอิสยาส ซึ่งทำให้การผลิตในอ่าวเม็กซิโกหยุดชะงักราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 62.9% ก่อนลดช่วงบวกหลังมีสัญญาณว่าการเจรจาจะดำเนินต่อ สหรัฐฯ และเวียดนามใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า ครอบคลุมการปรับภาษีนำเข้า การเปิดตลาด และการลดอุปสรรคทางการค้า โดยสหรัฐฯ วางกรอบภาษีสินค้าจากเวียดนามที่ 20% ขณะที่เวียดนามเตรียมยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด เหลือประเด็นทางเทคนิคก่อนลงนาม ส่วนเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดก่อนหน้าที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีกรอบคาดการณ์ระหว่างวัน 33.55–33.75 บาทต่อดอลลาร์